หอไข่มุก
หอไข่มุก เซี่ยงไฮ้ ตั้งอยู่ในย่านผู่ตง หรือ เขตเมืองใหม่ของนครเซี่ยงไฮ้
ประเทศจีน ทางตะวันออกของแม่น้ำหวงผู่ ซึ่งเต็มไปด้วยตึกระฟ้า
หอไข่มุกมีลักษณะเป็นไข่มุก 11 ลูก และ เสา 3 เสา ด้านบนเป็นรูปไข่มุก 3
เม็ด 3 ขนาดเรียงกันในแนวตั้ง
ด้านใต้ตรงฐานของหอจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เมืองเซี่ยงไฮ้เมืองจำลอง
โลกอนาคต และเมืองวิทยาศาสตร์แฟนตาซี
ช่องกลางของหอไข่มุกตะวันออกเป็นเสาปล่องกลวง ใช้แขวนลิฟท์ความเร็วสูง 6
ตัว ที่มีความเร็ว 7 เมตร/วินาที เพื่อใช้สำหรับขึ้นไปที่จุดชมวิว
ในระดับความสูง 267 เมตร ส่วนในเวลากลางคืนนั้น
หอกลมจะเปิดไฟที่สามารถเปลี่ยนสีไปได้เรื่อยๆ
บนไข่มุกเม็ดที่สองจะสามารถมองลงมาข้างล่างได้เนื่องจากทำพื่นเป็นกระจก
หอไข่มุก เซี่ยงไฮ้ เป็นหอคอยที่สูงที่สุดเป็นอันดับ 5 ของโลก
วัดพระหยกขาว
ตั้งอยู่บนถนนอานเหยี่ยนในเขตผู่ถอ กลางเมืองเซี่ยงไฮ้
เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธใน เซี่ยงไฮ้
และเป็นวัดที่นักท่องเที่ยวเข้านมัสการเป็นจำนวนมากที่สุดของเซี่ยงไฮ้ ในปี
ค . ศ . 1876 ตรงกับรัชสมัยกวางสูฮ่องเต้แห่งราชวงศ์ชิง
มีพระภิกษุจากเกาะผู่ถ่อซานคือหลวงพ่อฮุ่ยเกินได้เจริญรอยพระถังซำจั๋งเดิน
ทางไปศึกษาพระไตรปิฎกยังประเทศอินเดีย
ขากลับเดินทางผ่านประเทศพม่าได้อัญเชิญพระพุทธรูปหยกขาวกลับเมือง 5
องค์ด้วยกันและได้มอบให้ชาวเซี่ยงไฮ้ 2
องค์พร้อมรวบรวมเงินทำบุญสร้างวัดในเขตเจียงวานในปี ค . ศ . 1882 ตั้งชื่อ
ยวี่ฝวอซื่อ หรือวัดพระหยก
วัดพระหยกเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปหยกขาวปางมารวิชัยมีความสูง 1.9
เมตรแกะสลักจากหยกขาวทั้งแท่งและพระหยกปางไสยาสน์ขนาด 1.05 เมตร
พิพิธภัณฑ์เซี่ยงไฮ้
เป็นพิพิธัณฑ์ของศิลปะจีนโบราณ รูปแบบของพิพิธภัณฑ์และ การนำเสนอ
บริเวณโดยรอบแก่ผู้เข้าชม คือการสาธิต ด้วยวัตถุโบราณ
อันสะท้อนถึงความภาปราดเปรื่องและปรัชญา
ภายนอกออกแบบเป็นโดมทรงกลมและมีฐานเป็นทรงสี่เหลี่ยมอันเป็นสัญลักษณ์ของ
สวรรค์และพื้นโลกตามหลักแนวคิดโบราณ พิพิธภัณฑ์นี้แบ่งออกเป็น 11
ห้องแสดงศิลปะ และ 3 ห้องจัดนิทรรศการ
ในแต่ะละห้องศิลปะจะจัดแสดงศิลปะหลักๆของจีน ได้แก่ เครื่องทองเหลืองโบราณ
เครื่องเซรามิกโบราณ งานวาด งานเขียนลายมือ งานแกะสลักโบราณ
เครื่องหยกโบราณ เหรียญ เครื่องแต่งบ้านที่ใช้ในสมัยราชวงศ์หมิง และ ชิง
ตราประทับ
เดอะบันด์
ย่านเก่าแก่ในตัวเมืองเซี่ยงไฮ้ เราอาจเรียกได้ว่า เป็นย่านถนนซ่งชาน
อยู่ริมแม่น้ำหวงผู่ฝั่งตะวันตก ตรงกันข้ามกับหอไข่มุกและหอจินเหมา
เป็นสัญลักษณ์เมืองเซี่ยงไฮ้อายุนานถึง 100 ปี บริเวณ
ที่เรียกว่าบันด์นี้เริ่มจากสะพานไป่ตู
ซึ่งเป็นจุดเชื่อมระหว่างแม่น้ำหวงผู่ และ คลองซูโจว
ไปยังถนนจินหลิงตะวันออก
จุดที่มีชื่อเสียงของย่านบันด์นั้นอยู่ทางฝั่งตะวันตกซึ่งบริเวณโดยรอบเต็ม
ไปด้วยตึกราม อาคารที่มีลักษณะโดดเด่นของศิลปะแบบกอธิคบาโรค โรมาเนสก์
คลาสสิก และ เรอเนอซองส์
แม่น้ำหวงผู่
เป็นเส้นทางเดินเรือหลักของเมืองเซี่ยงไฮ้ คดเคี้ยว ไหลจากปากแม่น้ำแยงซี
ในเมืองอู๋ซ่ง ไปยังทะเลจีนตะวันออก ยาว 71 ไมล์ และ กว้าง 0.25 ไมล์
และลึก 30 ฟุต โดยเฉลี่ย ระยะทางจากทางเหนือสู่ตัวเมืองเซี่ยงไฮ้ รวม 18
ไมล์ ซึ่งแบ่งตัวเมืองเซี่ยงไฮ้เป็น 2 ฝั่ง คือ ฝั่งตะวันออก และ ตะวันตก
ด้วยลักษณะภูมิประเทศดั่งกล่าวทำให้กิจกรรมการล่องเรือ
เป็นสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว
ให้เพลิดเพลินกับกิจกรรมดั่งกล่าวทั้งในเวลากลางวันและ กลางคืน นอกจากนนี้
ตึกสูงระฟ้า ทั้งหอไข่มุก หอจินเหมา รวมทั้งตึกอื่นๆ ที่
มีการออกแบบคล้ายกันแม้จะสร้างคนละช่วงเวลา
หนานจิงลู่
ย่านช้อปปิ้งหนานจิงลู่ครอบคลุมพื้นที่จากทางด้านตะวันออกจรดด้านตะวันตกของ ย่านบันด์
ถนนสายนี้ยาวถึง 3-4 ไมล์ นักท่องเทียวสามารถเลือกซื้อสินค้า รวมถึง
แฟชั่นชั้นนำได้บนถนนสายนี้ ภายหลังสงครามฝิ่น (ค.ศ.1839-1842)
เซี่ยงไฮ้ได้ถูกอังกฤษใช้เป็นท่าเรือนานาชาติโดยถนนนานกิงเป็นที่แรกที่เป็น
ที่รองรับการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเป็นจำนวนมากซึ่งต่อมาทำให้ถนนนานจิงกลายเป็นถนนช้อปปิ้งของเซี่ยงไฮ้นับแต่นั้นจวบจนปัจจุบัน